Shopee vs Lazada: ขายที่ไหนดีกว่า?
Shopee และ Lazada เป็น 2 Marketplace ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทั้งสองมีจุดเด่นและจุดด้อยที่แตกต่างกัน การเลือกว่าจะขายที่ไหนดีกว่าขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า กลุ่มเป้าหมาย และกลยุทธ์ของธุรกิจ บทความนี้จะเปรียบเทียบทั้งสองแพลตฟอร์มอย่างละเอียดเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้
Shopee ข้อดีและข้อเสีย
ข้อดีของ Shopee:
- ผู้ใช้มากที่สุดในไทย มี traffic สูง โอกาสได้ลูกค้าเยอะ
- เริ่มต้นง่าย สมัครเป็นผู้ขายได้ภายในไม่กี่นาที
- Live Selling ได้ผลดีมาก ระบบ Shopee Live ใช้งานง่าย
- แคมเปญบ่อย เช่น 9.9, 11.11, 12.12 ช่วยกระตุ้นยอดขาย
- Shopee Ads ช่วยเพิ่ม visibility ได้อย่างตรงจุด
- Free Shipping Voucher ดึงดูดลูกค้าได้ดี
ข้อเสียของ Shopee:
- แข่งขันสูงมาก ผู้ขายจำนวนมากตัดราคากัน
- ค่า commission ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กินกำไร
- ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบของราคาถูก อาจไม่เหมาะกับสินค้าพรีเมียม
Lazada ข้อดีและข้อเสีย
ข้อดีของ Lazada:
- LazMall สร้างความน่าเชื่อถือ เหมาะกับแบรนด์
- ระบบ logistics ดี มี Lazada Express
- เหมาะกับสินค้าราคาปานกลางถึงสูง ลูกค้ามีกำลังซื้อ
- เครื่องมือสำหรับผู้ขายหลากหลาย
- การสนับสนุนจาก Alibaba Group
ข้อเสียของ Lazada:
- ผู้ใช้น้อยกว่า Shopee ในประเทศไทย
- เปิดร้าน LazMall ยากกว่า มีเงื่อนไขที่ต้องผ่าน
- ระบบหลังบ้านอาจซับซ้อนกว่าสำหรับมือใหม่
เปรียบเทียบตามประเภทสินค้า
สินค้าราคาถูก สินค้า trend เหมาะกับ Shopee เพราะมีลูกค้าเยอะ สินค้าแบรนด์ สินค้าราคาสูง Electronics เหมาะกับ Lazada เพราะสร้างความน่าเชื่อถือ สินค้าแฟชัน ของใช้ในบ้าน เครื่องสำอาง ขายได้ดีทั้งสองแพลตฟอร์ม
สรุป
กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือขายทั้ง 2 แพลตฟอร์ม เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้กว้างที่สุด ใช้เครื่องมือจัดการหลาย channel เพื่อลดภาระการทำงาน และทำ SEO ภายใน marketplace เพื่อให้สินค้าติดอันดับต้นๆ ของผลการค้นหา
RankDee ช่วยวางกลยุทธ์ E-Commerce บน Marketplace ทั้ง Shopee และ Lazada ตั้งแต่ optimize หน้าสินค้า ไปจนถึงยิงแอด ปรึกษาเราฟรี